เงินหมดไม่ใช่จุดจบ วิธีรับมืออย่างมีสติ ลดเครียด และฟื้นสถานะการเงิน
เมื่อการเงินของคุณเริ่มตึงเครียดและรู้สึกว่าเงินหมด เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเผชิญในบางครั้ง อย่างไรก็ตาม การรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างมีระเบียบสามารถช่วยลดความเครียดและทำให้คุณสามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับและขั้นตอนที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ในการจัดการเมื่อคุณรู้สึกว่าเงินหมด
สำรวจสถานการณ์ทางการเงิน
เมื่อคุณรู้สึกว่ามีเงินหมด ขั้นตอนแรกคือการประเมินสถานการณ์ทางการเงินของคุณให้ชัดเจน ซึ่งรวมถึงการทำความเข้าใจรายได้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
- ตรวจสอบรายได้และค่าใช้จ่าย: ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ที่คุณได้รับในแต่ละเดือน รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าบ้าน ค่าอาหาร หนี้สิน เป็นต้น
- จัดทำงบประมาณ: การใช้วิธี “60-30-10” ในการจัดสรรเงินเป็นแนวทางที่ดี โดยแบ่งเป็น
- 60% สำหรับค่าใช้จ่ายประจำ
- 30% สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
- 10% สำหรับการออมเงิน
โดยการทำงบประมาณเช่นนี้ คุณจะเห็นภาพรวมของสถานการณ์ทางการเงินของคุณชัดเจนขึ้นและสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ตรงจุด นอกจากนี้ยังสามารถมีแนวทางที่จะช่วยลดปัญหาเรื่องเงินหมด เช่น
ลดค่าใช้จ่ายลง
ในเมื่ออยู่ในสถานการณ์เงินหมด คุณจำเป็นต้องลงมือในการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
- ระบุค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น: ช่วยให้คุณสามารถตัดทอนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้
- หาวิธีประหยัด: ลองมองหาวิธีการลดค่าใช้จ่าย เช่น การปรุงอาหารทานเองแทนการออกไปทานข้างนอก หรือการเปลี่ยนการเดินทางจากการใช้รถส่วนตัวเป็นการใช้ขนส่งสาธารณะ
การลดค่าใช้จ่ายเป็นวิธีที่ทำให้คุณสามารถมีเงินเก็บมากขึ้นในระยะสั้นตามต้องการและทำให้คุณไม่รู้สึกว่าเงินหมดตลอดเวลา
วางแผนการออมเงิน
แม้ว่าคุณจะรู้สึกว่าเงินหมด แต่การมีแผนการออมเงินจะทำให้คุณมั่นใจยิ่งขึ้น
- สร้างเงินออมเพียงเล็กน้อย: แม้จะเป็นจำนวนเงินเล็กน้อยก็สามารถนำไปสู่การสร้างนิสัยการออมที่ดีขึ้น
- ใช้บัญชีออมทรัพย์: แนะนำให้ใช้บัญชีออมทรัพย์ที่มีดอกเบี้ย เพื่อทำให้เงินของคุณทำงานได้ดียิ่งขึ้น
การจัดการเงินและการวางแผนการออมจะช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจแม้ว่าจะมีสถานการณ์เงินหมด และสามารถใช้เป็นทุนในการลงทุนในอนาคต
หาแหล่งรายได้เพิ่ม
หากคุณรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายมีมากเกินไป คุณอาจจะต้องมองหาวิธีการเพิ่มรายได้ นี่คือวิธีบางอย่างที่คุณสามารถทำได้
- งานพาร์ทไทม์: คุณสามารถหางานพาร์ทไทม์เพื่อเสริมสร้างรายได้
- ขายของออนไลน์: การขายของมือสองหรือสินค้าที่คุณไม่ใช้แล้วสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้คุณได้
การมองหาทางเลือกเพิ่มเติมด้านการเงินจะทำให้คุณรู้สึกไม่เครียดในชั่วโมงเร่งด่วนเมื่อเงินหมดการจัดการเงินเมื่อเกิดสถานการณ์เงินหมดนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีแผนการที่ชัดเจนและทำตามขั้นตอนอย่างมีระเบียบ ทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติได้ในที่สุด
การวางแผนทางการเงินเบื้องต้น
การวางแผนทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เงินหมด ซึ่งการจัดระเบียบการใช้จ่ายและการวางแผนล่วงหน้าคือกุญแจสำคัญในการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมสถานะทางการเงินของตัวเองได้
ทำงบประมาณส่วนตัว
การทำงบประมาณส่วนตัวช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายและรายได้อย่างชัดเจน โดยการแบ่งเงินเป็นสามส่วนสำคัญตามสัดส่วน “60 – 30 – 10” ซึ่งหมายความว่า 60% ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าบ้าน ค่ารถ หนี้สิน และค่าโทรศัพท์ 30% ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายประจำวัน เช่น ค่าอาหารและค่าเดินทาง และ 10% ควรเก็บออมเพื่อลงทุนในอนาคตหรือเพื่อเหตุฉุกเฉิน
เก็บออมเพื่อเหตุฉุกเฉิน
การเก็บออมเพื่อเหตุฉุกเฉินเป็นการสร้างความมั่นใจทางการเงิน โดยแนะนำให้ตั้งเป้าหมายการออมอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย โดยอาจเริ่มจากการออมเพียง 2% หรือ 5% ของรายได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีเงินสำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์เงินหมดในอนาคต การสร้างกองทุนฉุกเฉินจะทำให้คุณไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้หรือบัตรเครดิตเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ติดตามการใช้จ่าย
การติดตามการใช้จ่ายเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง รวมไปถึงการหาจุดที่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ การใช้แอปพลิเคชันทางการเงินหรือการทำบัญชีเงินเข้า-ออก จึงเป็นวิธีที่แนะนำ เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่าเงินหมดไปกับอะไรบ้าง สิ่งนี้จะทำให้คุณสามารถปรับแผนการใช้จ่ายได้ตามความเหมาะสม
ประเมินค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ในแต่ละเดือนมักจะมีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าอาหารนอกบ้านหรือค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง การประเมินค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้คุณรู้ว่าส่วนไหนใช้เงินมากเกินไป และสามารถตัดทอนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อป้องกันการเงินหมด โดยอาจตั้งเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ลง 10-20% เพื่อให้มีเงินออมมากขึ้นในแต่ละเดือน
ตั้งค่าเป้าหมายทางการเงิน
การตั้งเป้าหมายทางการเงินช่วยให้คุณมีแรงจูงใจในการประหยัดเงิน โดยควรตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและสามารถวัดผลได้ เช่น “จะเก็บเงิน 50,000 บาทภายในปีนี้” หรือ “จะลดหนี้สินให้ได้ภายใน 2 ปี” ซึ่งจะช่วยให้คุณมีความมุ่งมั่นในด้านการจัดการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การวางแผนทางการเงินเหล่านี้เป็นกระบวนการที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อสถานการณ์เงินหมดในอนาคต ทำให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีความมั่นคงและเป็นสุขทางการเงินในระยะยาว
แนวทางการจัดการเมื่อเงินหมด
สถานการณ์ที่เงินหมดถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกคนในบางช่วงเวลาของชีวิต เมื่อเงินหมดอาจทำให้เกิดความเครียดและปัญหาต่างๆ ตามมา แต่มีแนวทางที่เราสามารถทำได้เพื่อแก้ไขปัญหานี้ในระยะสั้นอย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้ทักษะการเจรจา
การเจรจาเป็นหนึ่งในทักษะที่สามารถช่วยให้คุณจัดการกับปัญหาทางการเงินได้ เช่น การเจรจากับเจ้าหนี้หรือนายจ้าง เช่น ขอขยายเวลาชำระหนี้ หรือขอเงินเดือนล่วงหน้า เพื่อให้สามารถปรับสภาพการเงินได้ทันที
หาทางสร้างรายได้เสริม
การสร้างรายได้เสริมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คุณมีเงินเพิ่มขึ้น เช่น การทำงานฟรีแลนซ์ออนไลน์ หรือขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ คุณสามารถใช้ทักษะหรือความสนใจที่มีอยู่เพื่อทำให้เกิดรายได้เพิ่มเติม
ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง
การขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือครอบครัวในช่วงเวลาเงินหมดเป็นวิธีที่ดี เช่น การยืมเงิน แต่ควรใช้วิธีนี้อย่างรอบคอบและคืนเงินตามที่ตกลง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือความขัดแย้งในความสัมพันธ์
ลงทุนในความรู้และทักษะ
หากในขณะนั้นคุณมีเวลาว่าง การลงทุนในความรู้หรือทักษะใหม่ๆ สามารถช่วยให้คุณมีโอกาสทางการเงินในอนาคตที่ดีกว่า เช่น การเรียนออนไลน์ในด้านที่ต้องการหรือที่ตลาดต้องการ ทักษะใหม่สามารถเปิดโอกาสให้คุณได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น
ทำงานฟรีแลนซ์หรือออนไลน์
การทำงานฟรีแลนซ์หรือออนไลน์ถือเป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นและสามารถทำได้ง่าย แม้จะอยู่ในสถานการณ์เงินหมด เช่น การเขียนบทความ, การออกแบบกราฟิก หรือทำการตลาดดิจิทัล ล้วนแต่เป็นโอกาสที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่คุณต้องการ
การจัดการเงินหมดอาจฟังดูน่ากลัว แต่ด้วยการใช้ทักษะและความคิดสร้างสรรค์ คุณสามารถกลับมามีเสถียรภาพทางการเงินอีกครั้งได้อย่างรวดเร็ว และสร้างพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของคุณได้
บทสรุป
เมื่อเงินหมด การตั้งสติและจัดการการเงินอย่างเป็นระบบจะช่วยลดความเครียดได้ เริ่มจากตรวจสอบรายรับรายจ่าย วางงบประมาณแบบ 60-30-10 ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และสร้างเงินออมแม้เพียงเล็กน้อย พร้อมมองหาทางเพิ่มรายได้ เช่น งานพาร์ทไทม์หรือขายของออนไลน์ วิธีเหล่านี้จะช่วยให้คุณตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคตอย่างมั่นใจ